แอปพลิเคชัน LINE ใช้ระบบการแจ้งเตือนที่ Apple หรือ Google ให้บริการ ปัญหาเกี่ยวกับการแจ้งเตือนจึงอาจมีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากแอปพลิเคชัน LINE เช่น อุปกรณ์ที่ใช้งานหรือเครือข่ายสัญญาณ
ดังนั้น ทีมงาน LINE จึงไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของการทำงานข้างต้นได้
หากพบปัญหาการแจ้งเตือน คุณอาจแก้ไขได้โดยตรวจสอบการตั้งค่าของอุปกรณ์และ LINE ตามขั้นตอนต่อไปนี้
กรุณาตรวจสอบเนื้อหาในหน้าช่วยเหลือด้านล่างตามลำดับ
ข้อมูลเพิ่มเติม
- ข้อความแชทที่อีกฝ่ายส่งด้วยฟังก์ชัน ส่งโดยไม่แจ้งเตือน จะไม่มีการแจ้งเตือน
- ไม่สามารถตรวจสอบบน LINE ได้ว่าอีกฝ่ายใช้ฟังก์ชันส่งโดยไม่แจ้งเตือนหรือไม่
(1) การตั้งค่าเกี่ยวกับการแจ้งเตือน
เปิดการแจ้งเตือนของ LINE
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่LINEจากรายการแอปพลิเคชัน
- เปิดอนุญาตการแจ้งเตือน
- ปัดหน้าจอขึ้นด้านบน > เลือกที่ตั้งค่าการแจ้งเตือน LINE
- เปิดหัวข้อการแจ้งเตือน
- เลือกที่แท็บหน้าหลัก>
ตั้งค่า>การแจ้งเตือน - เลือกที่การแจ้งเตือนด้านบนหน้าจอ
- เลือกที่ตั้งค่าการแจ้งเตือน
- เลือกที่การแจ้งเตือนทั้งหมดของ LINE
- เลือกที่การแจ้งเตือนข้อความ
- เปิดแสดงการแจ้งเตือน
เปิดการแจ้งเตือนเฉพาะห้องแชทที่ต้องการ
หากมี
แสดงอยู่ด้านข้างชื่อห้องแชท หมายความว่าปิดการแจ้งเตือนอยู่
คุณสามารถเปิดการแจ้งเตือนได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- เปิดห้องแชท > เลือกที่
ด้านบน - เลือกที่เปิดแจ้งเตือน
ยกเลิกการปิดแจ้งเตือนชั่วคราว
- เลือกที่แท็บหน้าหลัก>
ตั้งค่า>การแจ้งเตือน - เลือกที่ปิดแจ้งเตือนชั่วคราว
- เลือกที่ปิดหรือเปิดแจ้งเตือน
ตั้งค่าการแจ้งเตือน LINE สำหรับ PC
หากคุณใช้งาน LINE สำหรับ PC กรุณาตรวจสอบการตั้งค่าต่อไปนี้
ไม่จำเป็นต้องดำเนินการหากคุณใช้งาน LINE บนสมาร์ทโฟนเท่านั้น
- คลิกที่
บนแถบเมนูหลักของ LINE สำหรับ PC > ตั้งค่า - คลิกที่การแจ้งเตือน
- ตรวจสอบหัวข้อแจ้งเตือนในสมาร์ทโฟน> เลือกตลอดเวลา
(2) วิธีแก้ไขปัญหาการแจ้งเตือนที่พบบ่อย
หากตรวจสอบ (1) การตั้งค่าเกี่ยวกับการแจ้งเตือนแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาตรวจสอบตามหัวข้อที่ตรงกับปัญหาของคุณ
ไม่ได้รับการแจ้งเตือน
คุณอาจได้รับการแจ้งเตือนเมื่อแก้ไขการตั้งค่าโหมดประหยัดพลังงาน, โหมดนอนหลับ, การรับส่งข้อมูลของแอปเบื้องหลัง
ข้อควรทราบ
1. ยกเลิกโหมดประหยัดข้อมูล
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์ >เซลลูลาร์
- เลือกที่ตัวเลือกข้อมูลเซลลูลาร์>โหมดข้อมูล
- เลือกที่มาตรฐาน
2. ยกเลิกโหมดประหยัดพลังงงาน
- เลือกที่การตั้งค่า ของอุปกรณ์ > แบตเตอรี่
- เลือกที่โหมดพลังงาน>โหมดประหยัดพลังงาน
3. ปิดโหมดโฟกัส / ห้ามรบกวน
กรุณาตรวจสอบเกี่ยวกับการ ปิดโหมดโฟกัส
1. ปิดโหมดประหยัดแบตเตอรี่และแบตเตอรี่แบบปรับอัตโนมัติ
- เลือกที่การตั้งค่า ของอุปกรณ์ > แบตเตอรี่
- เลือกที่โหมดประหยัดแบตเตอรี่> ปิดใช้โหมดประหยัดแบตเตอรี่
- เลือกที่
เพื่อกลับไปหน้าจอก่อนหน้า >ค่ากำหนดแบบปรับอัตโนมัติ> ปิดแบตเตอรี่แบบปรับอัตโนมัติ
2. ปิดโหมดประหยัดข้อมูล
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์ >เครือข่ายและอินเทอร์เน็ต
- เลือกที่ประหยัดอินเทอร์เน็ต>โหมดประหยัดอินเทอร์เน็ต
3. ปิดการเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์ >แอปพลิเคชัน>LINE
- เลือกที่แบตเตอรี่>ไม่จำกัด
4. เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานอยู่เบื้องหลัง
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์ >แอปพลิเคชัน>LINE
- เลือกที่เน็ตมือถือและ Wi-Fi
- เปิดอินเทอร์เน็ตที่ใช้งานอยู่เบื้องหลังและใช้อินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัด
เสียงแจ้งเตือน / เสียงเรียกเข้าของการโทรด้วยเสียงไม่ดัง
1. เลิกใช้งานโหมดปิดเสียง
กรุณาตรวจสอบเกี่ยวกับการ ปิดโหมดปิดเสียง
2. เปิดเสียง
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่LINEจากรายการแอปพลิเคชัน
- เปิดเสียง
3. เปลี่ยนเสียงแจ้งเตือน
- เลือกที่แท็บหน้าหลัก>
ตั้งค่า>การแจ้งเตือน - เลือกที่เสียงแจ้งเตือน
- เลือกเสียงที่ต้องการ
หากพบปัญหาสายเข้าของการโทรด้วยเสียงไม่มีเสียงเรียกเข้า มีเพียงประวัติสายที่ไม่ได้รับแสดงในห้องแชท กรุณาตั้งค่าด้านล่าง
ปิดและเปิดใช้ฟังก์ชันโทรร่วมกับ iPhone
- เลือกที่แท็บหน้าหลักใน LINE >
ตั้งค่า>โทร> ปิดใช้ฟังก์ชันโทรร่วมกับ iPhone - เมื่อตรวจสอบแล้วว่าการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าแสดงขณะปิดอยู่ กรุณาเปิดใหม่อีกครั้ง
1. ปิดโหมดห้ามรบกวน
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่ห้ามรบกวน>ปิดเลย
2. ตั้งค่าให้เสียงเรียกเข้าดัง
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่การตั้งค่าแอป>LINE
- เลือกที่การแจ้งเตือนข้อความ>ค่าเริ่มต้น
3. เปลี่ยนเป็นโหมดเปิดเสียง
- กดปุ่มปรับเสียงด้านข้างสมาร์ทโฟน
- เลือกที่ไอคอนเปิดเสียง (ไอคอนที่ไม่มีเส้นเฉียงคาดกลาง) บนแถบปรับเสียง
4. เปลี่ยนเสียงแจ้งเตือน
- เลือกที่แท็บหน้าหลัก>
ตั้งค่า>การแจ้งเตือน - เลือกที่การแจ้งเตือน>เสียง
- เลือกเสียงที่ต้องการ
ป้ายกำกับไม่แสดงที่ไอคอน LINE
เปิดการใช้งานป้ายกำกับ
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่LINEจากรายการแอปพลิเคชัน
- เปิดป้ายกำกับ
หากใช้งาน Launcher (แอปพลิเคชันสำหรับปรับแต่งหน้าจอโฮม) อื่นอยู่ กรุณาเปลี่ยนไปใช้งาน Launcher ดั้งเดิมตอนซื้ออุปกรณ์
Launcher บางประเภทจะไม่แสดงป้ายกำกับแม้ตั้งค่าด้านล่าง กรุณาเปลี่ยนกลับเป็น Launcher ดั้งเดิมแล้วตรวจสอบว่าป้ายกำกับแสดงหรือไม่
* กรุณาตรวจสอบวิธีตั้งค่าจากคู่มือการใช้งานของอุปกรณ์
1. เปิดให้แสดงจุดที่ทุกแอปพลิเคชัน
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เปิดเครื่องหมายจุดแสดงการแจ้งเตือนบนไอคอนแอป
2. เปิดให้แสดงจุดที่แอปพลิเคชัน LINE
- เลือกที่การตั้งค่าของอุปกรณ์การแจ้งเตือน
- เลือกที่การตั้งค่าแอป
- เลือกที่LINE> เปิดการตั้งค่าการแจ้งเตือนทั้งหมดของ LINE
- เปิดอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายจุดแสดงการแจ้งเตือน
(3) กรณีดำเนินการทั้งหมดแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
หากไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยข้อ (1) และ (2) กรุณาลองดำเนินการต่อไปนี้
- อัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- อัปเดต แอปพลิเคชัน LINE ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- ปิดและเปิดอุปกรณ์ใช้งานอีกครั้ง
- ลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นในสมาร์ทโฟน รวมถึง SD การ์ด
- ปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ต (4G, 5G, Wi-Fi) แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง
- ถอนและติดตั้งแอปพลิเคชัน LINE อีกครั้งตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- สำรองข้อมูลประวัติการแชท
- ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชัน LINE และติดตั้งอีกครั้งจาก App Store
- โอนย้ายบัญชี LINE
- เลือกที่ เรียกคืนประวัติการแชท เมื่อหน้าจอเรียกคืนประวัติการแชทแสดงขึ้นมา
- สำรองข้อมูลประวัติการแชท
- ถอนการติดตั้งแอปพลิเคชัน LINE และติดตั้งอีกครั้งจาก Google Play
- โอนย้ายบัญชี LINE
- เลือกที่ เรียกคืนประวัติการแชท เมื่อหน้าจอเรียกคืนประวัติการแชทแสดงขึ้นมา
ข้อควรทราบ
- หากดำเนินการข้างต้นทั้งหมดแล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ มีความเป็นไปได้ว่าปัญหาอาจมีสาเหตุมาจากตัวอุปกรณ์
- กรุณาติดต่อสอบถามไปยังบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือบริษัทผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่
- กรุณาลองอัปเดตแอปพลิเคชัน LINE และระบบปฏิบัติการเมื่อมีเวอร์ชันใหม่ออกมา
- โปรดทราบว่าหากท่านติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการแจ้งเตือนเข้ามาผ่าน "แบบฟอร์มติดต่อสอบถาม" จะได้รับคำตอบเหมือนเนื้อหาในหน้าช่วยเหลือนี้